มะเร็งไทรอยด์ เกิดจาก เซลล์ที่เติบโตขึ้นอย่างผิดปกติที่บริเวณต่อมไทรอยด์ และซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บที่บริเวณลำคอ กลืนหรือหายใจลำบาก และก้อนมะเร็งเหล่านี้ก็จะส่งผลกับการทำงานของต่อมไทรอยด์ด้วยเช่นกัน
ซึ่งปัจจัยเสี่ยง การสังเกตอาการ แนวทางรักษา และการดูแลหลังการรักษานั้น มีดังนี้
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
มะเร็งไทรอยด์นั้นมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่พบได้บ่อยและรุนแรงน้อย กับชนิดที่พบได้ไม่บ่อย และส่งผลกับร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งไทรอยด์ยังไม่มีแน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเฝ้าระวังได้ ดังนี้
- พันธุกรรมและประวัติครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีญาติผู้ใหญ่และพี่น้องในครอบครัวสายตรงที่มีประวัติเป็นมะเร็งไทรอยด์ มาก่อน
- โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์อื่น ๆ แม้ว่าจะเป็นไม่มีผลชี้วัดแน่ชัดว่าโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์จะเป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมไทรอยด์แน่นอน แต่ก็สามารถเพิ่มโอกาสเสี่ยงได้เช่นกัน
วิธีสังเกตอาการมะเร็งไทรอยด์ระยะแรก
อาการของมะเร็งไทรอยด์นั้นไม่ได้แสดงออกชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อระยะผ่านไปจนเซลล์มะเร็งโตขึ้นนั้น ผู้ป่วยจะเริ่มจับสังเกตได้ ดังนี้
- คลำพบก้อนนูนในลำคอ
- เสียงแหบ
- หายใจลำบาก มีเสียงหวีดร่วมขณะหายใจ
- กลืนลำบาก รู้สึกเจ็บที่ลำคอเมื่อกลืน
- คอบวมเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองบวม
- เจ็บลำคอและปวดลามถึงหูในบางครั้ง
- ไอเรื้อรัง ไม่มีไข้หรือหวัด
รักษามะเร็งไทรอยด์ด้วยวิธีไหนได้บ้าง?
-
การผ่าตัด
เป็นวิธีการรักษาหลักที่ใช้กับมะเร็งไทรอยด์ในทุกระยะ โดยการผ่าตัดนั้นจะผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งหมด และหากพบอาการต่อมน้ำเหลืองโตในผู้ป่วยร่วมด้วยก็จะผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองออกด้วยเช่นกัน ซึ่งผลข้างเคียงหลังผ่าตัดนั้นจะทำให้ผู้ป่วยเสียงแหบ มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ และอื่นๆ
-
การใช้รังสีรักษา
การใช้รังสีรักษามะเร็งเพื่อรักษามะเร็งไทรอยด์ เหมาะกับการรักษาไทรอยด์ระยะที่มีความรุนแรงขึ้นหรือมีการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น อาจมีผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยวิธีฉายรังสี เช่น ผิวหนังบริเวณที่รับรังสีเกิดการเปลี่ยนแปลง ปากแห้ง กลืนอาหารลำบาก อ่อนเพลีย และอื่นๆ
-
การใช้ฮอร์โมนทดแทน
เป็นวิธีการรักษาร่วมหลังจากการผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออก โดยฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนนั้นจะเข้าไปแทนการทำงานของต่อมไทรอยด์ และสามารถชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่ยังเหลืออยู่ในร่างกายได้อีกด้วย
-
การกลืนน้ำแร่ด้วยไอโอดีน
ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ในระยะที่ไม่รุนแรงมากจะได้รับการรักษาเป็นการกลืนน้ำแร่ด้วยไอโอดีน (Thyroid scan) อย่างน้อย 1 ครั้งเพื่อยับยั้งเซลล์มะเร็ง หลังจากนั้นก็จะมีการติดตามผลการรักษาเพื่อตรวจสอบว่าเซลล์มะเร็งยังอยู่หรือไม่ ก่อนจะพิจารณาแนวทางการรักษาต่อไป

การดูแลหลังการรักษา
การรักษามะเร็งไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นโดยวิธีการผ่าตัด หรือรักษาด้วยรังสีรักษามะเร็งนั้น สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังการรักษาก็เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน
-
การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
มะเร็งและโรคหลาย ๆ อย่างไม่ได้แสดงอาการในระยะต้น ดังนั้นการสังเกตตนเองควบคู่กับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้
-
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
พฤติกรรมการใช้ชีวิต การจัดตารางกิจวัตร อาหารการกิน รวมถึงพฤติกรรมการนอน ส่งผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก การใส่ใจและดูแลปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
โดยสรุปแล้ว โรคมะเร็งไทรอยด์ เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติบริเวณต่อมไทรอยด์ ซึ่งมะเร็งไทรอยด์นั้นเป็นโรคที่ไม่สามารถระบุปัจจัยเสี่ยงหรือการเกิดได้ชัดเจน และไม่ได้แสดงอาการออกชัดในระยะแรก โดยหากปล่อยไว้ในระยะที่รุนแรง จะส่งผลให้เกิดอาการพูดลำบาก กลืนลำบาก และอาจลามไปถึงการหายใจลำบากได้ ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ ควรได้รับการรักษาโดยเร็ว
ซึ่งโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรานั้นก็เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งที่มีบริการวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างครบวงจร นอกจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้ป่วยมะเร็งแล้ว เรายังเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการรักษามะเร็งครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น รังสีรักษามะเร็ง เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์จำลองการรักษา รักษามะเร็งด้วยความร้อน เคมีบำบัด และบริการอื่นๆ