5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง ที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสรักษาทัน

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง ที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสรักษาทัน

การตรวจมะเร็ง หรือการคัดกรองมะเร็ง เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยให้แพทย์พบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์

สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือ “ความเข้าใจผิด” เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง และความเข้าใจเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ช้าเกินไป จนโรคเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น

ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งจึงสำคัญ?

องค์กรด้านสาธารณสุขทั่วโลก เช่น WHO ระบุว่า การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก และได้รับการรักษาที่เหมาะสม สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน

ปัญหาสำคัญคือ มะเร็งระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่รู้ว่าตนเองมีความผิดปกติในร่างกาย การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทสำคัญในการค้นหาโรคก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรง

5-misconceptions-about-cancer-screening-02

ความเชื่อผิดที่ 1 ไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องตรวจ

หลายคนเชื่อว่าการ ตรวจมะเร็ง ควรทำเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด เจ็บ หรือคลำพบก้อน แต่ในความเป็นจริง มะเร็งจำนวนมากสามารถพัฒนาอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานโดยไม่แสดงอาการใด ๆ

เมื่อผู้ป่วยเริ่มรู้สึกผิดปกติ โรคอาจอยู่ในระยะที่ลุกลามแล้ว ทำให้การรักษาซับซ้อนมากขึ้น

ใครควรเริ่มตรวจ

การคัดกรองมะเร็งควรเริ่มตามช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • ผู้หญิงควรเริ่มตรวจมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อายุประมาณ 25-30 ปี
  • การตรวจเต้านมและแมมโมแกรมมักเริ่มแนะนำเมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ หรือมีโรคประจำตัว อาจต้องเริ่มตรวจเร็วขึ้นตามคำแนะนำแพทย์

ความเชื่อผิดที่ 2 ตรวจมะเร็งแล้วจะกระตุ้นให้มะเร็งลุกลาม

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ ความเชื่อว่าการตรวจ เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ การส่องกล้อง หรือแมมโมแกรม อาจทำให้เซลล์มะเร็งกระจายตัว ในความเป็นจริง องค์กรด้านมะเร็งสากลยืนยันว่าการตรวจคัดกรองเหล่านี้เป็นหัตถการที่ปลอดภัย หากทำภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์

ที่มาของความเข้าใจผิด

  • ความกลัวต่อขั้นตอนทางการแพทย์
  • ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากสื่อออนไลน์
  • เรื่องเล่าหรือประสบการณ์จากคนใกล้ตัวที่ไม่ได้อธิบายตามหลักการแพทย์

ความเชื่อผิดที่ 3 ไม่มีประวัติครอบครัวก็ไม่เสี่ยง

หลายคนคิดว่ามะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเลย โดยข้อมูลจาก American Cancer Society ระบุว่า มะเร็งส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม

ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่สำคัญ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็ง เช่น

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • ภาวะอ้วนหรือขาดการออกกำลังกาย
  • การสัมผัสสารก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นแม้ไม่มีประวัติครอบครัว ก็ยังควรเข้ารับการ คัดกรองมะเร็ง ตามคำแนะนำของแพทย์

ความเชื่อผิดที่ 5 รอให้มีอาการก่อนค่อยตรวจ

การรอให้มีอาการก่อนจึงไปพบแพทย์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ในระยะลุกลาม ข้อมูลจาก WHO ชี้ว่า การวินิจฉัยมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีความสัมพันธ์กับอัตราการรอดชีวิตที่สูงกว่ามาก

ตัวอย่างเปรียบเทียบของแต่ละระยะ

  • ระยะเริ่มต้น
    รักษาได้ง่ายกว่า โอกาสหายสูง และค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่า
  • ระยะลุกลาม
    การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น ผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา

ควรเริ่มตรวจมะเร็งเมื่อไร

การ ตรวจมะเร็ง ควรเริ่มตามช่วงอายุและความเสี่ยง เช่น

อายุ 30 ปีขึ้นไป – ควรเริ่มตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งพื้นฐาน

อายุ 40 ปีขึ้นไป – เพิ่มการตรวจมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือการตรวจเฉพาะทางอื่น

อายุ 50 ปีขึ้นไป – ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งบางชนิดอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ การปรึกษาแพทย์ใน โรงพยาบาลรักษามะเร็ง จะช่วยวางแผนการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

แม้การตรวจคัดกรองจะสำคัญ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เช่น

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • คลำพบก้อนผิดปกติในร่างกาย
  • มีเลือดออกผิดปกติ
  • ไอเรื้อรังหรือเสียงแหบเป็นเวลานาน
  • การขับถ่ายเปลี่ยนแปลงผิดปกติ

สรุป

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ ตรวจมะเร็ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากพลาดโอกาสในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังนั้น การคัดกรองมะเร็ง จึงเปรียบเสมือนการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาก็ยิ่งดี และช่วยให้แพทย์สามารถเลือกใช้ เทคโนโลยีรักษามะเร็ง ที่เหมาะสมได้ทันเวลา

FAQs

Q: ตรวจมะเร็งต้องงดน้ำงดอาหารไหม?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ บางรายการอาจต้องงดอาหารก่อนตรวจประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง

Q: ตรวจมะเร็งใช้เวลานานไหม?
A: การตรวจส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน โดยเฉลี่ยประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

Q: ตรวจปีละครั้งพอไหม?
A: โดยทั่วไปการตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปีละครั้งถือว่าเหมาะสม แต่บางกลุ่มเสี่ยงอาจต้องตรวจถี่ขึ้นตามคำแนะนำแพทย์

Q: ติดต่อขอคำแนะนำเรื่องการตรวจมะเร็งได้ที่ไหน?
A: สามารถปรึกษาและนัดหมายแพทย์ได้ที่
โรงพยาบาลชีวามิตรา  โทร. 045-958-888 หรือผ่าน Facebook และเว็บไซต์

กลับสู่หน้าที่แล้ว