Palliative Care ไม่ใช่การถอดใจ ทำความเข้าใจการดูแลแบบประคับประคองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

Palliative Care ไม่ใช่การถอดใจ ทำความเข้าใจการดูแลแบบประคับประคองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่อคนในครอบครัวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงหรืออยู่ในระยะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง และมักเข้าใจว่าเป็นการหยุดรักษาหรือยอมแพ้ต่อโรค แต่ในความเป็นจริง แนวทางการดูแลรูปแบบนี้ มีเป้าหมายสำคัญ คือการช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ลดความทุกข์ทรมานจากอาการของโรค และดูแลสภาพจิตใจของทั้งผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วยไปพร้อมกัน

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คืออะไร?

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายขาด โดยส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด โดยมุ่งเน้นการบรรเทาความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกาย และจิตใจ

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจ คือการดูแลแบบประคับประคองไม่ได้หมายถึงการหยุดรักษา แต่สามารถดำเนินการดูแลควบคู่ไปกับการรักษาหลักได้ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการฉายแสง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์จากโรค และการรักษา

การดูแลในลักษณะนี้มักครอบคลุมทั้ง

Read More 
Home Care vs Hospital Care เลือกการดูแลช่วงท้ายแบบไหนดีที่สุด?

Home Care vs Hospital Care: เลือกการดูแลช่วงท้ายแบบไหนดีที่สุด?

เมื่อคนในครอบครัวเข้าสู่ช่วงที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) หนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายครอบครัวต้องตัดสินใจ คือควรดูแลที่บ้านหรือดูแลในโรงพยาบาลดีกว่า? เพราะการดูแลช่วงท้ายของชีวิตไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการรักษาโรค แต่ยังรวมถึงการลดความทุกข์ทรมาน ดูแลคุณภาพชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความหมายที่สุด ซึ่งทั้ง Home Care และ Hospital Care นั้นมีข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

ทำความเข้าใจความแตกต่าง Home Care vs Hospital Care

ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแล ควรเข้าใจลักษณะของการดูแลทั้งสองรูปแบบอย่างชัดเจน เพราะแต่ละแบบตอบโจทย์ผู้ป่วย และครอบครัวแตกต่างกัน การเลือกแนวทางที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากทั้งสภาพร่างกายของผู้ป่วย ความพร้อมของครอบครัว และความต้องการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

นิยามของการดูแลที่บ้าน (Home Care) และการดูแลในโรงพยาบาล

Home Care คือการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน โดยมีทีมแพทย์ Read more

Read More 
วางแผนดูแลช่วงท้ายที่ชีวามิตรา ดูแลกาย และใจเพื่อช่วงเวลาที่มีคุณค่า

วางแผนดูแลช่วงท้ายที่ชีวามิตรา ดูแลกายและใจเพื่อเวลาที่มีคุณค่า

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิต สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการรักษาโรคให้หายขาด แต่คือการทำให้ทุกวันของผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การวางแผนดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย จึงเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง ลดความทุกข์ทรมาน และช่วยให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจร่วมกันได้อย่างมั่นใจในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

ทำไมการวางแผนดูแลระยะสุดท้าย (End-of-life Care) จึงสำคัญ?

การวางแผนดูแลระยะสุดท้ายล่วงหน้า ช่วยให้ทั้งผู้ป่วย และครอบครัวเข้าใจเป้าหมายของการรักษา รวมถึงสามารถเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการดูแลในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

ลดความสับสน และภาระในการตัดสินใจของครอบครัว

ในหลายกรณี ครอบครัวอาจต้องเผชิญกับการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น

  • จะรักษาต่อด้วยวิธีใด
  • ต้องการใช้เครื่องช่วยชีวิตหรือไม่
  • ผู้ป่วยต้องการดูแลที่บ้านหรือในโรงพยาบาล

หากไม่มีการพูดคุยหรือวางแผนล่วงหน้า อาจทำให้เกิดความเครียด ความกังวล และความรู้สึกสับสนในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนที่สุด การวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้ทุกคนเข้าใจความต้องการของผู้ป่วย  และสามารถตัดสินใจร่วมกันได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

Read more

Read More 
รู้จัก 'ภูมิคุ้มกันบำบัด' (Immunotherapy) ทางเลือกใหม่สู้มะเร็งที่มีผลข้างเคียงต่ำ

รู้จัก ‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ (Immunotherapy) ทางเลือกใหม่สู้มะเร็งที่มีผลข้างเคียงต่ำ

ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาแนวทางการรักษาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ซึ่งเป็นการรักษามะเร็ง ที่มุ่งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับมาต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความหวังสำคัญของผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทางเลือกที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยลง

ภูมิคุ้มกันบำบัด คืออะไร? ทำไมถึงเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วย

ภูมิคุ้มกันบำบัด คือการรักษามะเร็งที่ใช้หลักการ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายให้สามารถตรวจจับ และกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น โดยปกติ ร่างกายของเรามีเม็ดเลือดขาว และระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมอยู่แล้ว แต่เซลล์มะเร็งบางชนิดสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของภูมิคุ้มกันได้ ทำให้เติบโต และแพร่กระจายต่อไป Immunotherapy จึงทำหน้าที่เสมือนปลดล็อกระบบป้องกัน ให้เม็ดเลือดขาวกลับมารับรู้ และโจมตีเซลล์มะเร็งได้อีกครั้ง จุดสำคัญที่แตกต่างจาก การทำ คีโมบำบัด การฉายรังสี หรือการผ่าตัด คือ ภูมิคุ้มกันบำบัด ไม่ได้มุ่งทำลายเซลล์โดยตรง แต่ช่วยให้ร่างกายใช้กลไกธรรมชาติในการต่อสู้กับโรคมากขึ้น

Read more

Read More 
how-to-treatment-cancer

การรักษามะเร็ง คืออะไร 8 วิธีการรักษาในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มะเร็ง ยังคงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก แต่การรักษามะเร็ง ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ และแนวทางการรักษา ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากสามารถมีโอกาสหายขาด หรือควบคุมโรคได้ดีขึ้นกว่าที่เคย

ข้อมูลจากองค์กรด้านสาธารณสุขระบุว่า หากตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการรักษาให้หายหรือมีชีวิตยืนยาวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันวิธีการรักษามะเร็ง ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว แต่เป็นการผสมผสานหลายแนวทางเข้าด้วยกัน เพื่อให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

8 วิธีการรักษามะเร็งในปัจจุบัน

การรักษามะเร็ง ในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามชนิด ระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยวิธีหลัก ๆ ได้แก่

1. การผ่าตัด (Surgery)

การผ่าตัดเป็นวิธีพื้นฐานในการรักษามะเร็ง มุ่งเน้นการนำก้อนมะเร็งออกจากร่างกายโดยตรง เหมาะกับผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น หรือมะเร็งที่ยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น จุดเด่นของการผ่าตัดคือสามารถลดจำนวนเซลล์มะเร็งได้อย่างรวดเร็ว และมักใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรค เช่น

  • ผ่าตัดก่อนการเริ่ม Read more
Read More 
5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง ที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสรักษาทัน

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง ที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสรักษาทัน

การตรวจมะเร็ง หรือการคัดกรองมะเร็ง เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยให้แพทย์พบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์

สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือ “ความเข้าใจผิด” เกี่ยวกับการตรวจมะเร็ง และความเข้าใจเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ช้าเกินไป จนโรคเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น

ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งจึงสำคัญ?

องค์กรด้านสาธารณสุขทั่วโลก เช่น WHO ระบุว่า การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก และได้รับการรักษาที่เหมาะสม สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน

ปัญหาสำคัญคือ มะเร็งระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่รู้ว่าตนเองมีความผิดปกติในร่างกาย การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทสำคัญในการค้นหาโรคก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรง

ความเชื่อผิดที่ 1 ไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องตรวจ

หลายคนเชื่อว่าการ ตรวจมะเร็ง ควรทำเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด เจ็บ หรือคลำพบก้อน แต่ในความเป็นจริง มะเร็งจำนวนมากสามารถพัฒนาอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานโดยไม่แสดงอาการใด ๆ

เมื่อผู้ป่วยเริ่มรู้สึกผิดปกติ Read more

Read More 
รับมือผลข้างเคียงจากคีโมอย่างไร? เคล็ดลับการดูแลตัวเองไม่ให้ร่างกายทรุดโทรม

รับมือผลข้างเคียงจากคีโมอย่างไร? เคล็ดลับการดูแลตัวเองไม่ให้ร่างกายทรุดโทรม

เมื่อแพทย์แนะนำให้เริ่ม การทำคีโม ผู้ป่วยจำนวนมากมักมีความกังวล ไม่ใช่เพียงเรื่องโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือผมร่วง

แม้ วิธีการรักษาแบบคีโม จะมีผลข้างเคียงจริง แต่ในปัจจุบันมีแนวทางช่วยลดและบรรเทาอาการเหล่านี้ได้มาก หากผู้ป่วยเข้าใจวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนและระหว่างการรักษาจะช่วยให้ผ่านช่วงการรักษาไปได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทำไมคีโมจึงทำให้เกิดผลข้างเคียง

เพื่อให้เข้าใจในผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ควรรู้ก่อนว่า การรักษาด้วยคีโม ทำงานอย่างไรกับร่างกาย

กลไกของยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดถูกออกแบบมาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน เซลล์ปกติบางชนิดในร่างกายก็มีการแบ่งตัวเร็วเช่นกัน เช่น

  • เซลล์รากผม
  • เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร
  • เซลล์ในไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือด

ดังนั้น การทำคีโม จึงอาจส่งผลต่อเซลล์เหล่านี้ชั่วคราว ทำให้เกิดอาการ เช่น ผมร่วง คลื่นไส้ หรือเม็ดเลือดต่ำ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงเหล่านี้มักดีขึ้นหลังสิ้นสุดการรักษา

ผลข้างเคียงจากคีโมที่พบบ่อย

Read more

Read More 
เทคโนโลยีการฉายแสง VMAT และ IMRT คืออะไร? ทำไมถึงแม่นยำและเจ็บตัวน้อยกว่า

เทคโนโลยีการฉายแสง VMAT และ IMRT คืออะไร? ทำไมถึงแม่นยำและเจ็บตัวน้อยกว่า

“ฉายแสงจะเจ็บไหม?”  “รังสีจะไปโดนอวัยวะข้างเคียงหรือเปล่า?” คำถามเหล่านี้เป็นความกังวลที่ผู้ป่วยจำนวนมากเกิดข้อสงสัยก่อนเริ่มกระบวนการ รังสีรักษามะเร็ง เพราะหลายคนเข้าใจว่าการฉายรังสีอาจทำลายเนื้อเยื่อที่ดีรอบข้าง หรือมีผลข้างเคียงมาก

ปัจจุบันเทคโนโลยีรังสีรักษามะเร็ง ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคนิค IMRT และ VMAT ใน โรงพยาบาลรักษามะเร็ง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อยิงรังสีให้ตรงเป้ามากขึ้น ลดผลกระทบต่ออวัยวะปกติ และช่วยให้ผู้ป่วยรับการรักษาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

IMRT คืออะไร?

IMRT (Intensity-Modulated Radiation Therapy) คือเทคนิคการ ฉายรังสีรักษามะเร็ง ที่สามารถปรับ ความเข้มของรังสี ให้แตกต่างกันในแต่ละจุด เป้าหมายคือเพิ่มปริมาณรังสีบริเวณก้อนมะเร็งให้มากที่สุด ขณะเดียวกันช่วยลดผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญรอบข้าง

เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น IMRT เปรียบเสมือนการใช้ไฟฉายที่สามารถปรับความแรงและรูปร่างลำแสงให้พอดีกับก้อนมะเร็งได้นั่นเอง

หลักการทำงานของ IMRT

  • ผู้ป่วยจะได้รับการทำ CT Scan Read more
Read More 
การเตรียมเส้นเลือดและการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือด (Port-A-Cath) คืออะไร?

การเตรียมเส้นเลือดและการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือด (Port-A-Cath) คืออะไร?

หนึ่งในความกังวลของผู้ป่วยที่ต้อง รักษาด้วยยาคีโมระยะยาว คือการถูกเจาะเส้นเลือดซ้ำๆ ทุกครั้งที่มารับยา บางรายเส้นเลือดเปราะ แตกง่าย หรือหายาก ทำให้การฉีดคีโม แต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเจ็บและเครียด

ปัจจุบันมีทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ คือ Port-A-Cath หรือที่เรียกกันว่า พอร์ตเคมีบำบัด ซึ่งช่วยให้การให้ยา เคมีบำบัด ทางหลอดเลือดเป็นไปอย่างสะดวก ปลอดภัย ใช้กับผู้ที่ต้องทำคีโมหลายรอบ

Port A Cath คืออะไร

ความหมายแบบเข้าใจง่าย

Port-A-Cath คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็กที่ถูกฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก เชื่อมต่อกับสายสวนที่ต่อเข้าหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ ใช้สำหรับ

  • ให้ยาเคมีบำบัด
  • เจาะเลือดตรวจ
  • ให้สารน้ำหรือสารอาหาร

จุดเด่นคือช่วยลดการเจาะเส้นเลือดที่แขนซ้ำ ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำ คีโมแบบฉีด ต่อเนื่องหลายเดือน

หลักการทำงาน

เมื่อถึงเวลารับยา Read more

Read More 
chemotherapy-faq-01

เจาะลึกเคมีบำบัดคืออะไร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “คีโม” ในฐานะชื่อเรียกหนึ่งในวิธีการรักษามะเร็ง แต่เชื่อว่าอาจจะยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า คีโม นั้น แท้จริงแล้วคือชื่อย่อของ “เคมีบำบัด”

คีโม หรือ เคมีบำบัดคืออะไร? มีการเตรียมตัวและผลข้างเคียงในการรักษาอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบ

คีโมคืออะไร? ทำความเข้าใจการบำบัดด้วยยาเคมี

วัตถุประสงค์ของการทำคีโม

การใช้สูตรยาเคมีบำบัดชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกันเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้มะเร็งไม่สามารถแบ่งตัวได้และตายในที่สุด

การทำงานของยาเคมีบำบัด

  • กลุ่มอัลคิเลท ยาคีโมกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการจับกับ DNA ของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวไม่ได้และตายในที่สุด
  • กลุ่มยาต้านเมทาบอไลท์ ยาคีโมกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งระบวนการทำงานของเอนไซม์ที่สังเคราะห์ DNA หรือ RNA ทำให้เซลล์มะเร็งหยุดการเจริญเติบโตและตาย
  • กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โทโพไอโซเมอเรส เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Topoisomerase I ทำให้ DNA เสียหายจนไม่สามารถสร้างคู่ DNA ขึ้นมาใหม่ได้และตายลงในที่สุด
  • Read more
Read More 
radiation-therapy-preparation-guide-01

เตรียมพร้อมก่อน “ฉายแสง” สิ่งที่ผู้ป่วยควรรู้ก่อนเริ่มการรักษา

รังสีบำบัด หรือ การฉายแสง เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อพูดถึงการรักษามะเร็ง ซึ่งรังสีบำบัดหรือรังสีรักษามะเร็งในที่นี้คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

รังสีรักษา หรือ รังสีฉายแสงคืออะไร? หลักการทำงานเบื้องต้นมีอะไรบ้าง?

  • ทำไมต้องฉายแสง? วัตถุประสงค์ของการรักษา

    จุดประสงค์ของรังสีบำบัด คือ การลด ยับยั้ง หรือกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติโดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง เพราะเมื่อเซลล์ได้รับรังสี หากเป็นเซลล์ปกติจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ รังสีจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ประเภทของการฉายแสงที่พบบ่อย

      • รังสีรักษานอกร่างกาย (External Beam Radiation Therapy)

        เป็นการฉายรังสีรักษามะเร็งจากเครื่องที่อยู่ภายนอกร่างกาย แพทย์จะคำนวณปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับบริเวณที่เป็นมะเร็งและอวัยวะใกล้เคียงอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทาง

      • รังสีรักษาระยะใกล้ หรือ การฝังแร่ (Brachytherapy)

        เป็นการนำเม็ดรังสีใส่เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้เซลล์มะเร็งได้รับรังสีโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงที่อวัยวะข้างเคียงจะได้รับผลกระทบจากการรักษา

Read more

Read More 
how-to-recognize-symptoms-of-thyroid-cancer-and-treatment-01

วิธีสังเกตอาการมะเร็งไทรอยด์ระยะแรกและการรักษา

มะเร็งไทรอยด์ เกิดจาก เซลล์ที่เติบโตขึ้นอย่างผิดปกติที่บริเวณต่อมไทรอยด์ และซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บที่บริเวณลำคอ กลืนหรือหายใจลำบาก และก้อนมะเร็งเหล่านี้ก็จะส่งผลกับการทำงานของต่อมไทรอยด์ด้วยเช่นกัน

ซึ่งปัจจัยเสี่ยง การสังเกตอาการ แนวทางรักษา และการดูแลหลังการรักษานั้น มีดังนี้

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

มะเร็งไทรอยด์นั้นมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่พบได้บ่อยและรุนแรงน้อย กับชนิดที่พบได้ไม่บ่อย และส่งผลกับร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งไทรอยด์ยังไม่มีแน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเฝ้าระวังได้ ดังนี้

  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีญาติผู้ใหญ่และพี่น้องในครอบครัวสายตรงที่มีประวัติเป็นมะเร็งไทรอยด์ มาก่อน
  • โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์อื่น ๆ แม้ว่าจะเป็นไม่มีผลชี้วัดแน่ชัดว่าโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์จะเป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมไทรอยด์แน่นอน แต่ก็สามารถเพิ่มโอกาสเสี่ยงได้เช่นกัน

วิธีสังเกตอาการมะเร็งไทรอยด์ระยะแรก

อาการของมะเร็งไทรอยด์นั้นไม่ได้แสดงออกชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อระยะผ่านไปจนเซลล์มะเร็งโตขึ้นนั้น ผู้ป่วยจะเริ่มจับสังเกตได้ ดังนี้

  • คลำพบก้อนนูนในลำคอ
  • เสียงแหบ
  • หายใจลำบาก มีเสียงหวีดร่วมขณะหายใจ
  • กลืนลำบาก รู้สึกเจ็บที่ลำคอเมื่อกลืน
  • คอบวมเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองบวม
  • Read more
Read More 
what-cancer-is-the-hardest- to-treat-01

มะเร็งเกิดขึ้นกับร่างกายเราได้อย่างไร

เซลล์ใดก็ตามที่เกิดการแบ่งตัวมากผิดปกติอย่างรวดเร็วจนเกินควบคุม ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เกิดเป็นก้อนเนื้อผิดปกติ

ประโยคข้างต้น คือ นิยามสั้น ๆ เมื่อพูดถึงมะเร็ง ซึ่งการแบ่งตัวของเซลล์นั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในการเจริญเติบโตของร่างกายและอวัยวะภายใน แต่สิ่งที่ทำให้มะเร็งมีความแตกต่างจากการแบ่งตัวทั่วไปนั้น คือ ความผิดปกติใน DNA ที่ทำให้การเจริญเติบโตนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก จนเกิดก้อนเนื้อที่เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

โดยมะเร็งนั้นมีหลายชนิด และมีชื่อเรียกตามบริเวณต่าง ๆ ที่เกิดความเป็นปกติของการแบ่งตัวของเซลล์ ซึ่งบทความนี้จะพูดถึงมะเร็ง การรักษามะเร็งชนิดต่าง ๆ และมะเร็งที่ขึ้นชื่อว่ารักษาได้ยากที่สุด ว่ามีอะไรบ้าง

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้มะเร็งรักษายาก?

  • ระยะของมะเร็ง

    ผู้ป่วยส่วนมากนั้นจะพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งก็ต่อเมื่อมะเร็งอยู่ในระยะที่ 3 – 4 ซึ่งเป็นระยะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายแล้ว ซึ่งการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ นั้นก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการรักษาที่จะส่งผลกระทบกับการทำงานของอวัยวะภายในรวมถึงระบบการทำงานอื่น ๆ Read more

Read More 
cardiac-muscle-cancer-symptoms-and-treatment-01

ทำความรู้จักกับอาการและการรักษามะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ

อัตราการเกิดโรคมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจอยู่ที่ 0.1 ต่อประชากรหนึ่งล้านคน คนไทยป่วยมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ 5-7 คนต่อปี มักจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงช่วงอายุที่พบบ่อย ๆ อยู่ที่ 30-50 ปี

จากข้อมูลสถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาตินั้น ทำให้รู้ว่า “มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ” เป็นโรคที่มีโอกาสเกิดยาก ไม่มีสาเหตุการเกิดที่ชัดเจน ทั้งยังมีอาการที่รุนแรงถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา

โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา ขอเชิญชวนทุกท่านทำความรู้จักกับมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจในบทความนี้ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ไม่รู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนกกับโรคนี้มากจนเกินไป

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ คืออะไร?

มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Rhabdomyosarcoma) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งโดยปกตินั้นกล้ามเนื้อหัวใจเป็นกล้ามเนื้อพิเศษที่ไม่มีการแบ่งตัวของเซลล์ การที่มะเร็งสามารถเกิดที่กล้ามเนื้อหัวใจได้จึงนับได้ว่าเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดน้อยและมีความร้ายแรงมาก

ลักษณะการเกิดมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

  • มะเร็งปฐมภูมิ (Primary Cardiac Read more
Read More 
smoking-related-cancer-and-risks-01

การสูบบุหรี่ มะเร็งปอด และปัญหาสุขภาพที่คนติดบุหรี่ต้องรู้

ใน 1 วัน คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะบุหรี่ 19,542 คน

ใน 1 ปี คนไทยเสียชีวิตจากควันบุหรี่ 54,512 คน

ใน 1 ชั่วโมง คนไทยตายเพราะบุหรี่ 6 คน

การสูบบุหรี่นั้นเปรียบเสมือนการบั่นทอนร่างกายอย่างช้า ๆ อาการเจ็บป่วยที่เกิดจากบุหรี่นั้นก็ล้วนทุกข์ทรมาน ช่วงเวลาพ่นควันสั้น ๆ ไม่กี่นาทีแลกมาด้วยในการบั่นทอนชีวิตตนเองและคนรอบข้างในระยะยาว

การสูบบุหรี่หรือสูดควันบุหรี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานนั้น  สามารถที่ทำให้เกิดมะเร็งและปัญหาสุขภาพมากมาย และ “มะเร็งปอด” ถือเป็นหนึ่งในผลจากการสูบบุหรี่ที่เราพบเห็นมากที่สุดเช่นกัน

บุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งอะไรบ้าง?

ส่วนของบุหรี่ ที่กลายเป็นสารก่อมะเร็งมากที่สุด คือ “ควัน”

บุหรี่ เพียงแค่สูบ 1 มวน Read more

Read More 
cancer-rehabilitation-retreat-01

สถานพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็งทางเลือกเพื่อการฟื้นตัวอย่างเต็มที่

การเลือกสถานพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็งที่เหมาะกับผู้ป่วย ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษา

เพราะสถานพักฟื้น ไม่ใช่แค่เพื่อ “พัก” แต่ต้องเป็นสถานที่ที่มีความพร้อมทั้งด้านการแพทย์และการดูแลแบบองค์รวม ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ที่มีคุณภาพจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ครบถ้วน พร้อมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นตัวทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำไม “สถานพักฟื้น” จึงสำคัญหลังสิ้นสุดการรักษาหลัก?

หลังจากผ่านการรักษามะเร็งด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา ผู้ป่วยมักประสบกับ ความท้าทายมากมายในการดูแลตนเองที่บ้าน ทั้งการจัดการยา การดูแลแผลผ่าตัด หรือการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พิเศษที่ต้องการความรู้และทักษะเฉพาะทาง ซึ่งญาติผู้ดูแลอาจไม่มีประสบการณ์เพียงพอ

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่บ้านอาจไม่เอื้อต่อการฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่ที่แคบ ขาดอุปกรณ์ที่จำเป็น หรือบรรยากาศที่อาจก่อให้เกิดความเครียดได้

การดูแลผู้ป่วยพักฟื้นในสถานที่ที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และใกล้ชิด มีพื้นที่ที่เหมาะกับการพักฟื้น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ

บริการจำเป็นที่ “สถานพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็ง” ต้องมี

สถานพักฟื้นที่ดี ควรมีบริการครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย เช่น

  • การพยาบาลและเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนตลอด Read more
Read More 
cancer-care-center-holistic-guide-01

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เลือกอย่างไรให้ได้การดูแลแบบครบวงจร

การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง หลายครั้งก็ไม่ได้จบเพียงแค่การรักษาในโรงพยาบาล เพราะยังต้องมีช่วงฟื้นฟูร่างกายและจิตใจหลังการรักษาด้วย รวมถึงการดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยในบางเคส ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง จึงเป็นสถานที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกระยะของการรักษา

ความแตกต่างของ “ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง” แต่ละประเภท

การดูแลเฉพาะทางในโรงพยาบาล  – เน้นการรักษา

ในระยะเริ่มต้นหรือช่วงที่ต้องรับการรักษาหลัก เช่น เคมีบำบัด หรือฉายรังสี ผู้ป่วยจะอยู่ในการดูแลของ ทีมแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลและศูนย์รังสีรักษา ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครันสำหรับการรักษาโรคมะเร็งโดยตรง จุดเด่นคือความพร้อมด้านเทคโนโลยีและการติดตามผลอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ/เนอร์สซิ่งโฮม – เน้นการฟื้นฟูและกิจวัตร

ผู้ป่วยที่ผ่านการรักษามาแล้วอาจต้องการพักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยพักฟื้น หรือเนอร์สซิ่งโฮม จะให้บริการในรูปแบบที่คล้ายกับการอยู่บ้าน พร้อมมีทีมพยาบาลและนักกายภาพบำบัดคอยดูแล เช่น การฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อ การดูแลโภชนาการ และการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Read more

Read More 
garden-healing-rehabilitation-design-01

ออกแบบสวนฟื้นฟูสุขภาพ คู่มือสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว

การฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวก็มีส่วนสำคัญต่อการบำบัดและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่ง สวนเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวที่มีส่วนในการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับตึงเครียดด้านสุขภาพ

ทำไมสวนฟื้นฟูสุขภาพจึงสำคัญต่อการบำบัด

ประโยชน์ด้านจิตใจ: ลดความเครียดและซึมเศร้า

พื้นที่สวนสีเขียวในโรงพยาบาล ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดระดับความวิตกกังวลที่มักเกิดขึ้นเมื่อต้องเข้ารับการรักษา การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ หรือเสียงน้ำไหล ช่วยให้จิตใจสงบ ลดฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มอารมณ์เชิงบวก สวนเพื่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ

ประโยชน์ด้านร่างกาย: ส่งเสริมการเคลื่อนไหวและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

สวนรอบโรงพยาบาลที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม จะกระตุ้นให้ผู้ป่วยออกมาเดินหรือทำกิจกรรมเบา ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของบริการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายผู้ป่วย การได้รับแสงแดดตามธรรมชาติก็ช่วยเพิ่มวิตามินดี ส่งเสริมการหลับนอนที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ และสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการพักฟื้น การเดินในสวนเป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย แต่ช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ทางสังคม: พื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว

สวนฟื้นฟูสุขภาพเป็นพื้นที่ที่ผู้ป่วยสามารถพบปะกับญาติและเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ต่างจากห้องผู้ป่วยที่อาจรู้สึกอึดอัด การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมช่วยเพิ่มกำลังใจและสร้างแรงจูงใจในการรักษา โดยเฉพาะสำหรับศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ที่การสนับสนุนจากคนรอบข้างมีความสำคัญอย่างยิ่ง

Read more

Read More 
5-warning-signs-of-cancer-in-its-early-stage-01

5 สัญญาณเตือนโรคมะเร็งในระยะแรกที่คุณไม่ควรมองข้าม

โรคมะเร็งเป็นโรคที่อาการชัดเจน เมื่อมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะต่าง ๆ ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีหรือการสังเกตความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจะช่วยให้รู้เท่าทันและรับมือได้ดียิ่งขึ้น

ยิ่งตรวจพบไว ก็ยิ่งรักษามะเร็งระยะแรกให้หายขาดได้มากขึ้น

การสังเกตสัญญาณเตือนโรคมะเร็งและตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ไว แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง มีโอกาสหายขาดจากโรคสูง

5 สัญญาณเตือนโรคมะเร็งที่ต้องหมั่นสังเกตเสมอมีอะไรบ้าง ?

อาการของโรคมะเร็งระยะแรกเป็นระยะที่ก้อนเนื้อมีขนาดเล็ก ยังไม่ลุกลาม หรือในบางกรณีอาจมีอาการที่คล้ายคลึงกับอาการเจ็บป่วยทั่วไป ดังนั้นหากร่างกายมีความผิดปกติดังต่อไปนี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเกิน 1-2 สัปดาห์ ต้องรีบพบแพทย์โดยทันที

  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ

    เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของอุจจาระและปัสสาวะ เช่น ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือดสด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

  • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ

    ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีอาการจุกเสียดแน่นท้องเป็นเวลานาน กลืนน้ำหรืออาหารลำบากขึ้น น้ำหนักตัวลดลง

  • ระบบหายใจผิดปกติ

    มีอาการพูดเสียงแหบ ไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์หรือไอเป็นเลือด

  • มีเลือดออกหรือสารคัดหลั่งผิดปกติออกจากร่างกาย

    ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด มีตกขาวมีสี Read more

Read More 
chiwamitra-cancer-hospital-in-ubon-ratchathani-review-01

สำรวจการรักษามะเร็งที่โรงพยาบาลรักษาโรคมะเร็งชีวามิตราในอุบลราชธานี

จุดเด่นของการรักษากับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง

หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลมะเร็งในอุบลราชธานีที่ให้บริการรักษามะเร็งแบบครบวงจร โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยเป็นโรงพยาบาลเอกชนรักษามะเร็งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมุ่งเน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โรงพยาบาลชีวามิตราพร้อมให้บริการแก่ผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะด้วยการดูแลแบบองค์รวม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

จุดเด่นของโรงพยาบาลชีวามิตรา ได้แก่:

  • ทีมแพทย์เฉพาะทาง ด้านการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสบการณ์
  • บริการรักษามะเร็งครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยหลังการรักษา
  • มาตรฐานการรักษาระดับสากล ที่ให้ผู้ป่วยมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย

เทคโนโลยีการรักษามะเร็งของโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา

โรงพยาบาลชีวามิตราใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาโรคมะเร็ง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดและช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ให้บริการ ได้แก่:

  • เคมีบำบัด (Chemotherapy)

    เคมีบำบัด เป็นวิธีการรักษาที่ใช้ยาเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งยาเคมีบำบัดมีทั้งแบบให้ทางเส้นเลือดและแบบรับประทาน โดยทีมแพทย์ของโรงพยาบาลชีวามิตราจะเลือกวิธีการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อลดผลข้างเคียงและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

  • รังสีรักษา (Radiation Therapy)

    รังสีรักษามะเร็ง เป็นการใช้พลังงานรังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ โรงพยาบาลชีวามิตราให้บริการรังสีรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษามีความแม่นยำสูงและลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้มากที่สุด

  • ไฮเปอร์เทอเมีย (Hyperthermia)

    การรักษามะเร็งด้วยความร้อน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของเคมีบำบัดและรังสีรักษา Read more

Read More